เรื่องชวนคิด… ชีวิต ดิลิเวอรี่แมน

Share


เห็นคนขับมอเตอร์ไซค์ส่งอาหารในปัจจุบัน ก็หวนคิดถึงอดีต ที่แอดมินฯ เคยต้องขี่มอเตอร์ไซค์ดิลิเวอรี่อาหาร จากร้านของตัวเองที่เคยเปิดเมื่อหลายปีที่แล้วขึ้นมา

ที่นึกถึงก็เพราะทุกวันนี้ มีร้านอาหารหลายๆ ร้าน (รวมทั้งร้านอาหารไทย) ที่ต้องจ้างคนขี่เอง ซึ่งเป็นการส่งอาหารในแบบฉบับดั้งเดิมที่เคยทำกันมาเป็นสิบๆ ปี แต่ปัจจุบัน การพัฒนาของแอพพลิเคชั่นส์ในโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ผ่านอินเตอร์เน็ต ทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ที่อังกฤษโด่งดังมากที่สุดก็คงต้องเป็น UberEats และ Deliveroo

ยิ่งสะดวก ลูกค้านั่งอยู่ที่บ้าน ก็คำนึงถึง ไหนจะค่าเสียเวลา ค่าน้ำมันรถ หรือค่ารถ บ้างก็ต้องจอดรถเดินไปที่ร้าน ถ้าเป็นเมืองไทย ก็คงร้อนตับแลบ ที่อังกฤษถึงจะไม่ร้อน แต่เรื่องความสะดวก ก็คงจะพอๆ กัน

ปัญหาก็คือ พอมีออเดอร์จำนวนมาก มอเตอร์ไซค์ก็วิ่งกันมาก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาหลายๆ อย่างซ้อนกันขึ้นมา เช่น การจราจรที่มีสมาชิกมอเตอร์ไซค์วิ่งกันมากขึ้น บนท้องถนนก็ยิ่งดูน่าปวดหัวมากขึ้น สำหรับบางแห่ง กลายเป็นพื้นที่รถมอเตอร์ไซค์จอดรอของกันเต็มไปหมด และดูเหมือนจะไม่แตกต่างกันสำหรับเมืองใหญ่ๆ

แต่ที่อยากจะพูดถึงก็คือ “ความปลอดภัยของดิลิเวอรี่แมน” ซึ่งนอกเหนือไปจากอันตรายต่อการใช้ถนน สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้น ก็คือ

“การถูกทำร้าย” 

ประสบการณ์ของผมที่เคยเจอเมื่อไปส่งอาหาร ที่แย่ที่สุดก็คือรถล้ม เนื่องจากพื้นเป็นน้ำแข็งแล้วเลี้ยวเข้าโค้งลื่น

แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้น ก็คือการไปส่งในแฟลต แล้วมีวัยรุ่นสุมหัวกันอยู่ ทั้งคนขาว คนดำ

เดี๋ยวนี้เรื่องน่ากลัวในลอนดอนถูกพัฒนายิ่งขึ้น เมื่อพวกเด็กวัยรุ่น รวมกลุ่มกันหาความสำราญด้วยการทำร้ายดิลิเวอรี่แมน เจ้าของร้านอาหาบางคนก็กลายเป็นเหยื่อด้วย และที่เลวร้ายหนักกว่าการข่มขู่ทำร้าย ชิงทรัพย์ โทรศัพท์ ก็คือการนำเอากรด มาสาดทำให้ผู้ที่ถูกทำร้ายผิวหนังไหม้ และบางรายตาบอด และเสียชีวิต

ชา ชีวะราห์ ดิลิเวอรี่แมนส่งอาหารของ UberEat ถูวัยรุ่น 8-10 คนจู่โจมเข้าทำร้ายเพื่อชิงรถจักรยานยนต์ (ภาพ : BBC
อิมราน ข่าน เจ้าของร้าน Takeaway ก็โดนกลุ่มวัยรุ่นชิงทรัพย์และถกเถียงกันเรื่องเหยียดเชื้อขาติ สุดท้ายโดนทำร้ายด้วยการสาดน้ำกรดใส่ใบหน้า ในเขต Barking, London โชคดีที่มีผู้ช่วยเหลือเขาด้วยการล้างน้ำสะอาด ทำให้อาการไม่ร้ายแรง แต่กลับเป็นฝันร้ายในชีวิตของเขาไปเลย

การจู่โจมทำร้ายมอเตอร์ไซค์ และดิลิเวอรี่แมน มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งในนครซิดนี่ย์ นิวยอร์ค ลอนดอน 

บริษัทแอพพลิเคชั่นส์ต่างๆ ก็ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก แม้จะพัฒนาระบบให้ดิลิเวอรี่แมน มีการกดปุ่มแจ้งเตือน หรือเปิดสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมไปถึงการเข้าไปช่วยเหลือด้านรับรองงานหรือค่าใช้จ่ายช่วยเหลือ เมื่อเกิดเหตุกับผู้ขับขี่ได้ เนื่องจากทั้งหมด ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ จึงจำเป็นต้องประกันตนไว้กับรัฐ หรือแบกรับค่าใช้จ่ายจากประกันภัยและประกันสังคมเอง

ยังดีที่ช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2018 ตำรวจเริ่มเอาจริง และหาปฏิบัติการเพื่อลดจำนวนอาชญากรรมจากวัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์ สกู๊ตเตอร์ และใช้รถเป็นอาวุธทำร้ายคนทั่วไป

ตำรวจเริ่มใช้รถยนต์เพื่อหยุดยั้งอาชญากรที่น่าสงสัย เดือนพฤศจิกายน 2018 หลังจากจำนวนโจรที่ใช้สกูตเตอร์ก่อเหตุไปยังกลุ่มคนเดินถนนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่นั้นมาผู้กระทำผิดที่ใช้สกูตเตอร์ ในลอนดอน ลดลงจาก 20,973 คดี ระหว่างมิถุนายน 2017 ถึงกรกฎาคม 2018 เหลือ 9,723 คดี จนถึงมิถุนายน 2019 ซึ่งลดไปได้มากกว่าครึ่ง

ชมวิดีโอการเข้าปฏิบัติการจับกุมผู้หลบหนีจาก MailOnline Video

ในฐานะประชาชนคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ ก็หวังว่าเหตุการณ์คงจะดียิ่งๆ ขึ้นไปกันนะครับ… ส่วนเพื่อนๆ ร่วมอาชีพ (ในอดีต) ก็ได้ค่าส่งออเดอร์มาเลี้ยงดูครอบครัว หากช่วยเหลือดูแล เป็นห่วงเป็นใยกันได้ ในด้านมนุษยธรรม เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย ก็ขอให้ท่านช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับตำรวจด้วย

เมื่อเปิดแอพฯ ขึ้นมาสั่งอาหารครั้งใด ท่านจะได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และผู้ที่มาส่งให้คุณก็จะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัยนะครับ

Hits: 48


Share