อิทธิพลจีนในกองทัพไทย โตวันโตคืน ในสายตา “สื่อจีน” ??!!

1 แชร์ของคุณ คือการแบ่งปันน้ำใจให้กับเรา

อาวุธจีน ถูกกว่าอเมริกา ขายแบบไม่ต้องผูกมัด ขายให้ไทยแล้ว

กองทัพไทยเดินสวนสนามในวันกองทัพไทย​ ภาพ : AP
บทวิเคราะห์ความเป็นมาเป็นไปในกองทัพไทย หลังรัฐประหาร จากมุมมองของ เอียน สโตรีย์ บรรณาธิการอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2019

ปักกิ่งเสียบช่องว่าง​การนำซื้ออาวุธ​ของประเทศไทย นับตั้งแต่รัฐบาลกรุงวอชิงตัน ปรับลดความร่วมมือ หลังการรัฐประหารของทหารในปี 2014

แต่สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นพันธมิตรด้านความปลอดภัย ที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ และประเทศไทย และกระตือรือร้น ที่จะสร้างสมดุลระหว่างอำนาจทั้งสองเพื่อสนองความต้องการ

การที่วอชิงตัน สูญเสียที่มั่น ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักเป็นผลมาจากปักกิ่ง

กองทัพไทยอาจถูกมองว่าเป็นตัวอย่างล่าสุด นับตั้งแต่การทำรัฐประหารครั้งล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทย – จีนได้เริ่มแข็งแรงยิ่งขึ้น

การตอบสนองเชิงลบของอเมริกา ต่อการรัฐประหารติดอาวุธ ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ด้วยการตัดงบประมาณ 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระงับการฝึกอบรมทางทหารร่วมกับกองทัพไทย

ทำให้รัฐบาลทหารของไทย ต้องหันมาจีน เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ขาดไป ท่ามกลางสายสัมพันธ์ที่ราบรื่น การสัมผัสถึงโอกาส ในการเพิ่มอิทธิพลในราชอาณาจักร และบ่อนทำลายพันธมิตรสหรัฐฯ

ไทยและจีนตอบสนองเชิงบวกเช่นเดียวกับที่เคยทำกับหลาย ๆ ประเทศในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน

การที่ไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับอาณาเขต หรือการเดินเรือระหว่างสองประเทศ ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้กระบวนการนี้ราบรื่นยิ่งนัก

จีนตกลงที่จะส่งมอบเรือดำ ให้กับประเทศไทยในราคา 1.03 พันล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นการตกลงซื้อ-ขายที่ใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรไทย และยังเป็นประเทศแรกในเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ ที่สั่งซื้อเรือดำน้ำจากจีน รวมถึงรถถัง อีก 48 คัน

เรือดำน้ำซื้อ 3 จ่าย 2 รวมทั้งสิ้น 1.03 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภาพ : xinhua

ข้อเสนอแบบแพ็คเกจของ ปักกิ่ง ที่ไม่มีประเทศไหนหาซื้อได้ : เรือดำน้ำ S-26T ใหม่เอี่ยม 3 ลำในราคา​2 ลำ​ รวมถึงการฝึกลูกเรือ พร้อมระบบการสู้รบ และระยะเวลาชำระหนี้ยาว 10 ปี

กองทัพเรือไทยวางแผนที่จะสถานีที่สอง ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ชายฝั่งตะวันออกของประเทศ และเรือดำน้ำลำที่สาม ใกล้กับภูเก็ตทางทิศตะวันตก

จีนกำลังประมูล เพื่อสร้างฐานทัพสำหรับเรือดำน้ำที่สัตหีบ ซึ่งอาจสร้างปัญหากับวอชิงตัน เนื่องจากเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นผู้เข้าเทียบท่าบ่อยครั้ง และความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน จะทำให้เกิดความกังวล ด้านความปลอดภัยของสหรัฐฯ

ประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2015 สั่งซื้อรถถัง VT4 จีน 28 คัน​ และอีก 20 คันระหว่างปี 2017-18 รวมเป็น 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศนี้เป็นประเทศแรกที่นอกเหนือจากประเทศจีนในการใช้งาน VT4

รัฐบาลจีน เป็นบริษัทคู่ค้าทางธุรกิจ ที่สามารถตัดราคาคู่แข่งต่างประเทศของตนได้ ในราคาและอุปกรณ์ ที่เสนอให้กองทัพไทย ซึ่งเพียงพอสำหรับการตอบสนองความต้องการการป้องกันของประเทศไทย ซึ่งมีบรรยากาศในประเทศที่ต้องการการรักษาความปลอดภัยในระดับค่อนข้างต่ำ จึงไม่ต้องการอุปกรณ์ระดับสูง

ในแง่ของราคา คุณภาพ และความเหมาะสม อุปกรณ์จากจีน จึงเป็นการซื้อในราคาที่ดี

ตั้งแต่ปี 2014 กองทัพไทยได้จัดหาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากประเทศจีน 34​ รายการ เช่นปืนใหญ่ ตั้งเรดาร์ ไปจนถึงขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ

ขณะที่คนไทยยังมองว่า อาวุธของสหรัฐนั้นดีที่สุด แต่ก็มีราคาแพงเช่นกัน อีกทั้งอะไหล่ และยุทโธปกรณ์ อาจถูกตัดทอน ในกรณีที่มีการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ในอนาคต

ในทางกลับกันอุตสาหกรรมอาวุธของจีน สามารถนำเสนอระบบอาวุธที่ถูกกว่า การขายที่อ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองภายในประเทศของไทย

ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นนั้น ขยายเกินกว่าฮาร์ดแวร์ เจ้าหน้าที่และนักเรียนนายร้อยชาวไทยจำนวนมาก กำลังเข้าร่วมหลักสูตรพันธมิตร ฝึกซ้อมรบ ร่วมกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน

ประเทศไทย ได้เข้าร่วมในการฝึกซ้อมทางทหาร ร่วมกับจีนมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การฝึกซ้อมระดับทวิภาคี ได้รวมการฝึกซ้อมเป็นที่หนึ่งรวมถึงกองกำลังพิเศษของไทย ที่กลายเป็นทหารชาวต่างชาติ ชาติแรกที่ฝึกรบกับกองทัพจีน ทั้งทุกเหล่าทัพเป็นประจำทุกปี

การฝึกคอบร้าโกลด์ประจำปี ซึ่งจัดโดยสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยตั้งแต่ปี 1985 ยังคงเป็นสิ่งมีค่า สำหรับกองทัพไทย

ตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น คอบร้าโกลด์ ได้เปลี่ยนจากการฝึกทวิภาคีระหว่างไทย – สหรัฐฯไปสู่การฝึกพหุภาคี มี 29 ประเทศเข้าร่วมในฉบับปีนี้ จีนกลายเป็นผู้สังเกตการณ์ในปี 1992 และในปี 2014 ตามคำเชิญของประเทศไทย​

โดยมีส่วนร่วมในส่วนการช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมเป็นครั้งแรก โดยการส่งบุคลากร 17 คนจำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็น 44 คนในเวลาต่อมา

จากแหล่งข่าวในกรุงเทพฯ จีนได้ขอมีส่วนร่วมในการฝึกภาคสนาม Cobra Gold ด้วย แต่สหรัฐฯ ได้ลังเลใจเนื่องจาก ไม่ต้องการฝึกซ้อมแบบผสมผสาน อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้ ของกองกำลังปลดปล่อยประชาชน ของจีน

ประเทศไทย ยังคงเป็นพันธมิตรกับอเมริกา แต่ก็พยายามรักษาสมดุลยระหว่างจีนด้วย แม้จะมีการลดระดับลง แต่ทางทหารสหรัฐฯ ยังคงมีความสำคัญมากกว่าจีน

ตั้งแต่ประธานาธิบดี​ โดนัลด์​ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งในปี 2017 ระดับความสัมพันธ์ได้รับการตั้งเป้าหมาย ที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะ หลังจากการเลือกตั้งของไทยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

มีการยกเลิกการห้ามขายอาวุธในสหรัฐอเมริกาให้กับไทย และไทยก็สั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk 4 ลำ และรถหุ้มเกราะ Stryker 60 คัน

การพบกัน ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อเดือนตุลาคม 2017 เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในความสัมพันธ์หลังรัฐประหาร

สถาบันการทหารของสหรัฐฯ​ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม สำหรับเจ้ากองทัพไทย เนื่องจากศักดิ์ศรีและโอกาสในตำแหน่งที่พวกเขาเสนอ จำนวนเจ้าหน้าที่ไทยที่ศึกษาในสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เมื่อวอชิงตัน คืนทุนการศึกษาที่ถูกตัด หลังจากรัฐประหารให้

อย่าพลาดเรื่องนี้ >  คิมจองอึน รั่วอีกแล้ว สังหารโหดนายพลจ้องล้ม จับโยนบ่อปลา ปิรันยา

แม้จะมีการปรับปรุงประเด็นเหล่านี้ แต่ความสัมพันธ์ทวิภาคีไม่ได้ “ย้อนกลับ” ไปยังจุดที่เคยดีมา แบบปี 2014 ถึงสหรัฐฯให้คำมั่น ที่จะรวมพลังพันธมิตรกับประเทศไทยอีกครั้ง แต่ความหมายก็คือแผ่ขยายอิทธิพล ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงเป็นพันธมิตรด้านความปลอดภัย ที่สำคัญที่สุดของไทย แต่ในระยะเวลาไม่กี่ปี จีนได้เพิ่มความร่วมมือทางทหารกับไทยอย่างมาก และกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญ ในฐานะหุ้นส่วน ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

เมื่อการซ้อมรบเป็นประจำ ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ เพิ่มขนาดความถี่และความซับซ้อนอุปกรณ์ทางทหาร ที่ผลิตโดยจีน รวมถึงเจ้าหน้าที่กองทัพ ที่กลับมาจากหลักสูตรทางทหารจากจีน…

อิทธิพลของจีนในกองทัพไทย มีแต่จะโตวันโตคืน. ■


บทความโดย : Ian Storey​| South China Morning Post

https://amp.scmp.com/week-asia/geopolitics/article/3012673/chinese-arms-cheaper-us-no-strings-attached-thailand-sold

Hits: 576