“ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย” หรือจะเป็นทางเลือกของจีน ลงดาบฮ่องกง ในรอบต่อไป

Please share

โดย : คุณสุทธิชัย ทักษนันต์ facebook page ธุรกิจ 4.0
Thefourthindustrialrevolution

ฮ่องกงถูกยึดครองโดยสหราชอาณาจักรในปี 1841 มีสงครามระหว่างกันหลายครั้งในยุคสงครามฝิ่นและจีนเป็นฝ่ายแพ้ ในปี 1898 จีนถูกบีบบังคับให้ทำสัญญาเช่าฮ่องกง 99 ปี

ปี 1997 เป็นปีที่ครบสัญญา และครบกำหนดส่งมอบฮ่องกงคืนให้ประเทศจีน ก่อนหน้าการครบกำหนด นางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรพยายามเจรจากับ เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีน เพื่อขอเช่าฮ่องกงต่อ แต่ไม่สำเร็จ

ทั้งสองประเทศได้ลงนามข้อตกลงการส่งมอบที่มีสาระสำคัญว่า สหราชอาณาจักรจะยอมส่งมอบคืนเกาะฮ่องกงให้จีน และจีนสัญญาว่าจะยอมให้ฮ่องกงอยู่ในฐานะ “เขตปกครองตนเอง” ภายใน 50 ปี

ถ้าสัญญานี้มีผลจริง หมายความว่าประมาณปี 2047 ฮ่องกงจะถูกผนวกเข้ากับประเทศจีนโดยสมบูรณ์

คนฮ่องกงในยุคก่อนที่คุ้นเคยกับระบอบการปกครองแบบอังกฤษกลัวว่าเมื่อฮ่องกงเปลี่ยนไปเป็นของจีนจะมีปัญหา และมีพลเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่มีฐานะดีๆได้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่น ส่วนใหญ่โอนสัญชาติไปเป็นพลเมืองของประเทศที่อยู่ในเครือสหราชอาณาจักร

คนฮ่องกงที่หนีไปอยู่ประเทศอื่นก่อนปี 1997 บางส่วนได้กลับมาอยู่ฮ่องกงอีก เพราะนโยบาย 1 ประเทศ 2 ระบบที่ทางการจีนเคยประกาศไว้ยังคงเป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้

แต่ก็มีคนฮ่องกงจำนวนมากที่ออกไปแล้วไม่กลับมา เพราะไม่แน่ใจในนโยบายของประเทศจีน คนที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงในวันนี้ คงบอกกับตัวเองว่า “คิดถูก” ที่ออกมา ไม่อย่างนั้นก็คงต้องเป็นหนึ่งในผู้ประท้วงบนท้องถนนของฮ่องกงในปัจจุบัน

ใครที่เคยไปฮ่องกงและจีน จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน

ถ้าอยู่ในฮ่องกงจะเข้า Google, Facebook, YouTube, Twitter เข้าได้หมด ไม่ต่างจากประเทศเสรีอื่นๆในโลก ข่าวก็ไม่โดนเซนเซอร์เหมือนในประเทศจีน สื่อโซเชียลดังๆจากค่ายตะวันตกเกือบทุกแห่ง ถูกแบนในประเทศจีน

การเปิดรับสื่อได้อย่างอิสระ ทำให้คนฮ่องกงจำนวนมากยังนิยมระบอบประชาธิปไตยเหมือนในยุคที่เคยอยู่กับอังกฤษ ประชาชนยังหวงแหนในเสรีภาพของตัวเอง และทำให้เกิดแรงต่อต้าน

ประชากรฮ่องกงมีอยู่เจ็ดล้านกว่าคน มีคนออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากฮ่องกงให้จีนแผ่นดินใหญ่มากกว่าหนึ่งล้านคน หรือมากกว่า 15% ของประชากรถ้ามองแบบเผินๆ กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้น่าจะเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่คนฮ่องกงเกรงกลัวน่าจะเป็นเรื่องของการใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือในการจัดการคนที่ต่อต้านจีน

ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ฮ่องกงก็มีการประท้วงใหญ่มารอบหนึ่งแล้ว เป็นการต่อต้านการแทรกแซงของจีนในการคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้นำของฮ่องกง

การลุกขึ้นมาประท้วงรัฐบาลปักกิ่ง เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนฮ่องกงได้ คนจำนวนมากมีความคุ้นชินกับอิสระเสรีภาพแบบเก่าที่เคยได้รับมานาน จะมาบังคับกันแบบนี้คงลำบาก

“คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” มันใกล้กับสภาพที่คนฮ่องกงกำลังเป็นอยู่ในวันนี้จริงๆ

ถ้ายังมีการต่อต้านจีนแบบนี้บ่อยๆ ต่อไปคงได้เห็นการเซนเซอร์สื่อที่เผยแพร่ในฮ่องกงโดยรัฐบาลจีนแน่ๆ​ !!!
อย่าพลาดเรื่องนี้ >  อังคารนี้ ลอนดอนอัมพาตแน่?!! ประท้วงต้านทรัมป์ เยือนอังกฤษ

ขอขอบคุณ คุณสุทธิชัย ทักษนันต์ เว็บไซต์ thefourthindustrialrevolution.wordpress.com

Hits: 4