กินไหวมั้ย??? ทุเรียนอินโดฯ ลูกละ 14​ ล้านฯ ไม่ได้กิน ขอดมก็ยังดี??

1 แชร์ของคุณ คือการแบ่งปันน้ำใจให้กับเรา
ข่าว : The Guardian

ทุเรียน เป็นผลไม้ที่เรียกได้ว่า King​ of Fruit แต่ฝรั่งก็ยังงงว่าทำไมถึงได้แพงหูดับกันขนาดนั้น ล่าสุด เหตุจากทุเรียนในประเทศอินโดนีเซีย วางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตในราคา 14​ ล้านรูเปียห์ หรือคิดเป็น 1,000 เหรียญสหรัฐ (750​ปอนด์)

“J-Queen” เป็นชื่อของต้นทุเรียนที่ว่านี่ ทางเจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งอยู่ในศูนย์การค้าใน Tasikmalaya, ชวาตะวันตก ได้ออกมาบอกว่า ต้นทุเรียนนี้ ให้ผล 3 ปีครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ทุเรียนที่มาจากต้นแต่ละลูก มีค่ามากกว่าทองคำหนัก 2 บาทเลยทีเดียว

เมื่อเทียบอัตราค่าจ้างแรงงาน เฉลี่ยต่อเดือนในอินโดนีเซีย อยู่ที่ประมาณ 3.94 ล้านรูเปียห์ (ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน) หมายความว่า ราคาทุเรียน มีค่ามากกว่าสามเท่าของเงินเดือนพนักงานทั่วๆ ไป !!!

ข่าวของทุเรียน ที่แพงระยับนี้ แพร่สะพัดด้วยสื่อโซเชียลไปอย่างรวดเร็ว และถือว่าป้ายแสดงราคานี้ กลายเป็นเรื่องแปลกประหลาด ชาวบ้านต่างพากันไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อถ่ายรูปกับทุเรียน

เบื้องหลังมันสมองที่ปั้นราคาทุเรียน นั่นก็คือ การสร้าง “J Queen” นายอาคา นักจิตวิทยาชาวอินโดนีเซียวัย 32 ปี อ้างว่าเขาได้ปลูกทุเรียนแบบใหม่และหายาก โดยการผสมข้ามพันธุ์ ที่เหนือกว่าสองสายพันธุ์จากภูมิภาคต่างๆ ในอินโดนีเซีย

ภาพ : Instagram @realplazaasiatasik

เขากล่าวว่าต้น “J-Queen” มีผลเพียง 3 ปีครั้งเท่านั้น ส่วนรสชาติก็สุดๆ อย่าบอกใคร ที่หอมหวนในรูปแบบของ “เนยถั่ว” ส่วนรูปร่าง จะกลม มีสีเหลืองไม่เป็นทรงป้านเหมือนทุเรียนทั่วไป

“ความตั้งใจของผม คือการปรับปรุงสวัสดิการของเกษตรกร ด้วยการสร้างทุเรียนระดับสุดยอด” อาคา บอกกับเว็บไซต์ข่าวของอินโดนีเซีย Tribunnews ว่า เขามีฟาร์มอยู่ทั่วเกาะชวา

“ผมมีสวนทุเรียนในเค็นดัล, เปกาลองกัน, บันยันมาส, ปันกันดารันและกุนุงตันจุง, มานญายา, แทสิกมายา” เยอะมาก ขอบอก

แต่เกษตรกรท้องถิ่นในชวา บอกว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ โดยกล่าวว่า สุดยอดทุเรียนของชาวอินโดนีเซีย และหายากมากที่สุดคือพันธุ์ม้ง และกัมโบคาร์โน ซึ่งขายในราคาตลาด ประมาณ 200,000 รูเปียห์เท่านั้น

เป็นไงครับ… การตลาดจากมันสมอง ทำให้ผลผลิตที่เป็นจุดด้อย ที่ออกผลเพียงแค่ 3 ปีครั้ง มีจุดเด่น กลายเป็น “บัวหิมะพันปี” มีค่ามากกว่าทองคำ จนสามารถทำเงินให้เกษตรกรได้มากมายขนาดนี้
นี่ถ้าเป็นเมืองไทยนะ ปลูกกันไม่กี่ปี รับรองว่าได้ไปขายกันที่ดาวอังคารกันแน่ๆ เลย (เมืองจีนเอาไปกินหมด)

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ หรือติดตามข่าวสาร กดเพิ่มเราเป็นเพื่อน
Add friend

Hits: 11